จากยาสูบ สู่บุหรี่ และการค้ากำไรบนชีวิตมุนษย์

 

Embed or link this publication

Description

จากยาสูบ สู่บุหรี่ และการค้ากำไรบนชีวิตมุนษย์

Popular Pages


p. 1

จากยาสูบ สู่บุหรี่ และการค้ ากาไรบนชีวิตมุนษย์ โดย คุณบังอร ฤทธิภก ั ดี เครือข่ ายนักรณรงค์ เพื่อการควบคุมการบริโภคยาสูบเอเชียอาคเนย์ 1. จากใบยาสูบ...จนมาเป็ นบุหรี่ ยาสูบคือพืชพื ้นถิ่นของทวีปอเมริกา เป็ นพืชพันธุ์โบราณซึ่งเมื่อหลายพันปี ก่อนชนชาวพื ้นเมืองปลูก เพื่อนามา เคี ้ยวหรื อสูบในงานเฉลิมฉลอง หรื องานพิธีทางศาสนา จนเมื่อร้ อยกว่าปี มานี ้เอง ยาสูบถูกแปลงเป็ นสินค้ าในตลาดเปิ ด ในรูปลักษณ์ของบุหรี่ อันเป็ นผลมาจากการค้ นคว้ าวิจย ั ในห้ องปฏิบต ัก ิ ารอย่างซับซ้ อน เพื่อสร้ างผลิตภัณฑ์ให้ เป็ นที่ นิยมอย่างต่อเนื่อง การสูบบุหรี่ เป็ นวิธีการที่ทาให้ สมองได้ รับสารเสพติด (นิโคติน) เร็วที่สด ุ คือภายใน 7 วินาทีเท่านัน ้ ซึง ่ เร็วกว่า การฉีดเฮโรอีนเข้ าเส้ นเลือดเสียอีก การสูบบุหรี่ 1 ซอง จะทาให้ ชีวิตของผู้สบ ู บุหรี่ สนลงประมาณ ั้ 2 ชัว ่ โมง 20 นาที หรื อ สูบบุหรี่ 1 มวน ทาให้ ชีวิตสันลงไป ้ 7 นาที บุหรี่ จง ึ เป็ นสินค้ าถูกกฎหมายชนิดเดียวที่ทาอันตรายผู้บริ โภคที่ปฏิบต ั ิตามคาแนะนาในการใช้ สินค้ าอย่าง เคร่งครัด ในขณะที่ผ้ บ ู ริ โภคมากมายกลายเป็ นคนติดบุหรี่ และได้ รับผลร้ ายอย่างรุนแรงต่อสุขภาพไปโดยไม่ร้ ูตว ั บริษัท บุหรี่ กลับเติบโตจากผลกาไรมหาศาล ขยายตัวเติบใหญ่ กลายเป็ นบริษัทข้ ามชาติ และใช้ การตลาดสมัยใหม่และการ โฆษณาเป็ นเครื่ องมืออันทรงพลังผลักดันพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ให้ กระจายไปทัว ่ บุหรี่ ในท้ องตลาดปั จจุบน ั ประกอบด้ วยสารอื่นๆ มากมายนอกไปจากใบยาสูบ ผู้ผลิตบุหรี่ มีวิธีแยบยลในการ เปลี่ยนแปลงปริมาณนิโคติน (ยาเสพติดอย่างแรงที่มีอยูใ ่ นต้ นยาสูบตามธรรมชาติ) เพื่อเพิ่มระดับการเสพติด ทังยั ้ งผสม สารเติมแต่งนับร้ อยๆ ชนิด ตังแต่ ้ สารให้ ความหวานต่างๆ ไปจนถึงแอมโมเนีย (ammonia) โดยทัว ่ ไป กระบวนการผสม สารต่างๆ ลงไปในบุหรี่ นี ้รัฐบาลไม่ได้ ทดสอบ ควบคุมดูแล หรื อขอให้ เปิ ดเผยข้ อมูลเป็ นการล่วงหน้ าแต่อย่างใด แม้ วา ่ บริ ษัทยาสูบมักจะอ้ างว่าสารเติมแต่งดังกล่าวหลายชนิดได้ รับการรับรองแล้ วว่ามนุษย์สามารถบริโภคได้ แต่ข้อเท็จจริงที่บริษัทเหล่านี ้ไม่ยอมพูดถึงก็คือ การเผาไหม้ จะเปลี่ยนสมบัตท ิ างเคมีของสารเติมแต่งดังกล่าวทาให้ อาจจะกลายเป็ นสารพิษและ / หรื อมีฤทธิ์ทางทางเภสัชวิทยาได้  สารเติมแต่งหลายชนิด เช่น แอมโมเนีย เป็ นตัวเพิ่มระดับความเป็ น กรด-เบส ในควันบุหรี่ ส่งผลให้ ควันบุหรี่ มี “นิโคตินอิสระ” มากขึ ้น ร่างกายมนุษย์สามารถดูดซึมนิโคตินอิสระ” มากขึ ้น ร่างกายมนุษย์สามารถดูดซึม “นิโคตินอิสระ” ได้ เร็วกว่าการดูดซึมนิโคติน “ไม่อิสระ”  การเติมสารแต่งกลิ่นรส และสารให้ ความหวานช่วยกลบเกลื่อนรสฝาดของควันบุหรี่ เป็ นการจูงใจให้ เด็กและผู้ สูบบุหรี่ ครัง ้ แรกรู้สก ึ ชอบ สารเติมแต่งเหล่านี ้ บางชนิดยังช่วยกลบเกลื่อนไม่ให้ ผ้ อ ู ยูใ ่ กล้ เคียงคนสูบบุหรี่ ได้ กลิ่น และมองเห็นควันบุหรี่ มือสองที่กาลังเผชิญอยู่ ทาให้ ผ้ ไ ู ม่สบ ู บุหรี่ เสี่ยงอันตรายยิ่งขึ ้น และช่วยลดกระแสการ ถกเถียงให้ มีการออกกฎหมายเพื่ออากาศบริ สท ุ ธิ์ในอาคาร  เมนธอล (menthol) และสารเติมแต่งอื่นๆ ทาให้ คอมีอาการชา ผู้สบ ู บุหรี่ จง ึ ไม่ร้ ูสก ึ ระคายเคืองจากควันบุหรี่

[close]

p. 2

จากเอกสารของอุตสาหกรรมยาสูบ ที่มีการเปิ ดเผยเมื่อเร็วๆ นี ้ชี ้ว่าบริษัทยาสูบหลายบริษัทใช้ สารเติมแต่งเป็ น ร้ อยๆ ชนิดโดยแทบไม่ได้ คานึงถึงความปลอดภัยต่อผู้บริ โภคเลย สารเติมแต่งเหล่านี ้ไม่นบ ั รวมถึงสารพิษ และ สารก่อมะเร็งอีกมากมาย ที่เกิดขึ ้นตามธรรมชาติเมื่อมีการเผาไหม้ ยาสูบ สารเติมแต่งและส่วนประกอบ ในควัน บุหรี่ ที่วงการสาธารณสุขถือว่าไม่ปลอดภัย มีอาทิเช่น  อะเซตัลดีไฮด์ (acetaldehyde) สารเติมแต่งที่เชื่อกันว่าออกฤทธิ์ร่วมกับนิโคติน ทาให้ ผ้ บ ู ริ โภคติดนิโคตินยิ่งขึ ้น  อะซีโตน (acetone) ตัวทาละลายมีพิษ      แอมโมเนีย สารเติมแต่งที่ใช้ เร่งการดูดซึมนิโคติน สารหนู (arsenic) แคดเมียม (cadmium) สารก่อมะเร็งในมนุษย์ คาร์ บอนมอนอกไซด์ (carbon monoxide) มีความเป็ นพิษสูง โกโก้ (cocoa) หนึง ่ ในสารให้ ความหวาน หลายชนิดที่ใส่ในบุหรี่ เพื่อกลบเกลื่อนรสชาติของยาสูบ และเป็ นตัว ขยายหลอดลมทาให้ ผ้ ส ูบ ู บุหรี่ สด ู ควันเข้ าปอดได้ ลก ึ ขึน ้  ฟอร์ มล ั ดีไฮด์ (formaldehyde) สันนิษฐานว่าเป็ นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ และรู้กน ั ดีว่าเป็ นสารฉีดดองศพ)  ปรอท (mercury)  ไนโตรซามีนส์ (nitrosamines) สันนิษฐานว่าเป็ นสารก่อมะเร็งในมนุษย์  โพโลเนียม - 210 (polonium – 210) ธาตุกม ั มันตรังสีและเป็ นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ แม้ วงการสาธารณสุขทัว ่ โลกจะรู้ดีวา ่ ผลิตภัณฑ์ยาสูบเป็ นสิ่งเสพติดอย่างแรง และเป็ นสาเหตุที่ทาให้ ครึ่งหนึง ่ ของผู้ที่เสพยาสูบเป็ นเวลานานทัว ่ โลก ต้ องเสียชีวิตก่อนวัยอันควร แต่ผลิตภัณฑ์ยาสูบก็ยง ั เป็ นหนึง ่ ในบรรดาสินค้ า เพื่อ การบริ โภคที่มีการควบคุมน้ อยที่สด ุ 2. อุตสาหกรรมยาสูบกับประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2481 โรงงานยาสูบถือกาเนิดขึ ้นโดยรัฐบาลไทยเป็ นผู้ก่อตัง้ มีวต ั ถุประสงค์เพื่อการผลิตบุหรี่ ในขณะ นันยั ้ งมีบริษัทบุหรี่ ของเอกชนจานวนหนึง ่ ที่ยง ั ทาการผลิตอยู่ แต่อีก 4 ปี ต่อมา คือในปี พ.ศ. 2486 รัฐบาลได้ ออก กฎหมายเพื่อควบคุมธุรกิจบุหรี่ เพื่อใ ่ ห้ เป็ นของรัฐแต่เพียงผู้เดียว หมายถึงห้ ามเอกชนผลิตและนาเข้ าบุหรี่ ด้วย กฎหมาย นันมี ้ ชื่อว่า “พระราชบัญญัติยาสูบ ปี พ.ศ. 2486” (ค.ศ. 1943) ทางโรงงานยาสูบเองขณะนันได้ ้ สง ั่ นาเข้ าบุหรี่ จาก ต่างประเทศบ้ างเล็กน้ อย แต่ก็ต้องหยุดสัง ่ ในปี พ.ศ. 2515 เนื่องจากต้ องเสียทังภาษี ้ นาเข้ าเป็ นมูลค่าสูง ทาให้ บห ุ รี่ จาก ต่างประเทศมีราคาแพงเกินไป อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้ องสัง ่ นาเข้ าบุหรี่ อีกครัง ้ หนึง ่ ในปี พ.ศ. 2519 เพื่อมารับมือกับ ปั ญหาการลักลอบค้ าบุหรี่ เถื่อนซึง ่ มีมากขึ ้นในขณะนัน ้ แต่ยอดขายของบุหรี่ นาเข้ าก็ยง ั คงต่าอยู่ ได้ สง ั่ ห้ ามการนาเข้ า ผลิตภัณฑ์บห ุ รี่ โดยให้ โรงงานยาสูบผลิตบุหรี่ ที่มีรสชาติคล้ ายคลึงกับบุหรี่ จากต่างประเทศขึ ้นมาแทน

[close]

p. 3

แต่ในปี พ.ศ. 2534 รัฐบาลไทยต้ องยกเลิกกฎหมายห้ ามการนาเข้ าบุหรี่ แห่งสหรัฐอเมริกา ซึง ่ ประกอบไปด้ วย บริษัทบุหรี่ ที่ใหญ่ที่สด ุ ของสหรัฐอเมริกา 3 บริ ษัท ได้ ยื่นคาร้ องต่อผู้แทนการค้ าสหรัฐอเมริกาให้ ใช้ กฎหมายการค้ า ระหว่างประเทศของสหรัฐ มาตรา 301 กับประเทศไทย โดยกล่าวหาว่าประเทศไทยซึ่งอยูใ ่ นพันธะสัญญานี ้ยังมีนโยบาย และการปฏิบต ัท ิ ี่ไม่สมเหตุสมผล และเลือกปฏิบต ั ิ ด้ วยการต่อต้ าน สร้ างความยุง ่ ยาก และข้ อจากัดต่างๆ ต่อการส่งออก ของพวกเขา นอกจากนี ้ ยังกล่าวหาว่า การที่รัฐบาลไทยห้ ามการโฆษณาบุหรี่ นน ั ้ มีเจตนาเพื่อการกีดกันบริ ษัทบุหรี่ ต่างชาติ สมาคมผู้สง ่ ออกบุหรี่ สหรัฐได้ ยื่นคาร้ อง ขอให้ ประเทศไทยยกเลิกคาสัง ่ ห้ ามการนาเข้ าบุหรี่ และขอให้ ไทย อนุญาตให้ บริษัทบุหรี่ ตา ่ งชาติมีระบบการจัดจาหน่ายของตนเอง ยกเลิกการตังก ้ าแพงภาษี และให้ มีการโฆษณาได้ ใน ทุกๆ สื่อ และทุกๆ รูปแบบ ในวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2532 หลังจากที่สมาคมผู้สง ่ ออกบุหรี่ สหรัฐยื่นคาร้ องเข้ ามา ผู้แทนการค้ าสหรัฐก็ ได้ เริ่มตรวจสอบกฎเกณฑ์ และข้ อจากัดต่างๆ ที่ทางการไทยวางไว้ จากนัน ้ ผู้แทนการค้ าสหรัฐได้ ประกาศยอมรับข้ อ เรี ยกร้ องของสมาคมผู้สง ่ ออกบุหรี่ โดยใช้ กฎหมายการค้ าระหว่างประเทศ ปี ค.ศ. 1974 มาตรา 301 เพื่อกดดันให้ ไทย เปิ ดตลาดบุหรี่ ให้ มีการนาเข้ าอย่างเสรี 3. บริษัทบุหรี่ ข้ามชาติบุกเอเชีย สหรัฐอเมริกาเป็ นประเทศผู้ผลิตบุหรี่ สง ่ ออกรายใหญ่ที่สด ุ ของโลก โดยในปี ค.ศ. 1996 สหรัฐมีรายได้ จากการ ส่งออกผลิตภัณฑ์บห ุ รี่ ถึง 5,100 ล้ านดอลลาร์ สหรัฐ และอีก 1,390 ล้ านดอลลาร์ สหรัฐ จากการขายใบยาสูบ ( Womach, 1997) นี่ก็เป็ นการเพียงพอแล้ วที่จะชี ้ว่าอุตสาหกรรมบุหรี่ นนยิ ั ้ ่งใหญ่และสามารถทากาไรให้ มากเพียงไร แม้ ทางการ สหรัฐจะได้ รับเสียงคัดค้ านมากมาย แต่ก็ยง ั ไม่หยุดให้ การช่วยเหลือบริษัทบุหรี่ ข้ามชาติเหล่านี ้ โดยยังคงมีโครงการ สนับสนุนต่างๆ เหมือนเดิม ทางรัฐบาลมีนโยบายและโครงการต่างๆ มากมายในการช่วยเหลือผู้ปลูกใบยาสูบภายในประเทศ และบริษัท บุหรี่ ให้ สามารถขยายตลาดออกไปต่างประเทศได้ เช่น ในทศวรรษที่ 70 และ 80 โครงการอาหารเพื่อสันติ ของกระทรวง เกษตร ได้ จด ั สรรงบประมาณมากกว่า 1,000 ล้ านบาท เพื่อช่วยในกระบวนการผลิตบุหรี่ สง ่ ออกไปยังประเทศกาลัง พัฒนา นอกจากนี ้ในปี ค.ศ. 1984 รัฐบาลสหรัฐยังได้ จด ั โครงการประกันสินเชื่อเพื่อการส่งออกเพื่อช่วยให้ ผ้ ผ ู ลิตบุหรี่ ใน สหรัฐสามารถทาตลาดในตะวันออกกลางได้ แต่การช่วยเหลือของรัฐบาลที่สาคัญที่สด ุ คือการมีมติให้ ใช้ มาตรา 301 ใน กฎหมายการค้ าระหว่างประเทศ ปี ค.ศ. 1974 และในฉบับเพิ่มเติมอื่นๆ (Frankel 1996 :3) ในขณะที่อต ั ราการสูบบุหรี่ ของสหรัฐอเมริกา และประเทศตะวันตกอื่นๆ ลดลงนัน ้ บริ ษัทผู้ผลิตบุหรี่ ก็ได้ เริ่มมอง หากลุม ่ เป ้ าหมายใหม่ในส่วนอื่นๆ ของโลก ทวีปเอเชียเป็ นภูมิภาคที่บริษัทบุหรี่ ข้ามชาติหมายตาไว้ และได้ เข้ ามาตัง้ รกรากอยู่อย่างมัน ่ คงในเอเชียตังแต่ ้ ต้นทศวรรษที่ 80 และในปี ค.ศ. 1987 ผู้ค้าบุหรี่ โลกได้ ประกาศว่า “อนาคตอันสดใส ของเราอยูท ่ ี่ภม ู ิภาคเอเชียแปซิฟิก” และจากหลักฐานที่เป็ นสิ่งพิมพ์พบว่า มีการให้ สม ั ภาษณ์ของผู้บริ หารอุตสาหกรรม

[close]

p. 4

บุหรี่ เกี่ยวกับเรื่ องนี ้ด้ วย โดยเขาได้ กล่าวว่า “คุณรู้หรื อเปล่าว่าเราต้ องการอะไร เราต้ องการเอเชีย” (หทัย ชิตานนท์ 2534 : 39) ผลของการใช้ มาตรา 301 ในทศวรรษที่ 90 นันได้ ้ ทาให้ ประเทศในทวีปเอเชีย 4 ประเทศต้ องเปิ ดตลาดบุหรี่ ให้ แก่สหรัฐ คือ ญี่ปน ุ่ (ในปี ค.ศ. 1985) ไต้ หวัน (ในปี ค.ศ. 1986) เกาหลี (ในปี ค.ศ. 1988) และไทย (ในปี ค.ศ. 1989) ข้ อค้ นพบหลังการบุกตลาดเอเชีย 1. ประเทศญี่ปนที ุ่ ่เคยมีแนวโน้ มการสูบบุหรี่ ลดลงในช่วงทศวรรษที่ 70 ถึงทศวรรษที่ 80 ตอนต้ น กลับมีอต ั รา การสูบบุหรี่ เพิ่มขึ ้นอย่างรวดเร็วในหมูว ่ย ั รุ่นหญิง นัน ่ คือเพิ่มขึ ้นจากร้ อยละ 8.6 ในปี ค.ศ. 1986 เป็ นร้ อยละ 18.2 ในปี ค.ศ. 1991 จนกระทัง ่ เพิ่มขึ ้นเป็ นร้ อยละ 27 ในปั จจุบน ั 2. ประเทศไต้ หวันมีอต ั ราการบริโภคบุหรี่ สง ู ขึ ้นร้ อยละ 5 ภายในปี เดียว และสูงขึ ้นมากเป็ นพิเศษในกลุม ่ วัยรุ่น อนึง ่ ตังแต่ ้ ปี ค.ศ. 1987 บริษัทบุหรี่ ของสหรัฐอเมริ กาได้ มีสว ่ นแบ่งในตลาดไต้ หวันถึงร้ อยละ 16 ทีเดียว 3. ในเกาหลีใต้ เช่นเดียวกัน ตังแต่ ้ บริ ษัทบุหรี่ ของสหรัฐเข้ ามา ทาให้ อัตราการสูบบุหรี่ ของผู้หญิงและเยาวชน ในเกาหลีใต้ สง ู เพิ่มขึ ้นทุกๆ ปี (Frankel, 1996) สาหรับประเทศไทยก็คงจะมีอนาคตที่ไม่แตกต่างไปจาก ประเทศเพื่อนบ้ าน 3 ประเทศนี ้เช่นกัน 4. รู้ ให้ ทน ั กลยุทธ์ บริษัทบุหรี่ Prof. Stan Glantz จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์ เนีย สหรัฐอเมริกา กล่าวไว้ ว่า “หากเราจะลดการระบาดของ มาเลเรี ย เราต้ องศึกษาพฤติกรรมของยุงที่เป็ นพาหะนาโรคมาเลเรี ย แต่หากเราต้ องการลดการระบาดของมะเร็งปอด เราต้ องศึกษาพฤติกรรมของอุตสาหกรรมบุหรี่ ” เพราะ “พาหะที่ทาให้ บห ุ รี่ ระบาดไปทัว ่ ” คือ อุตสาหกรรมบุหรี่ ในปี พ.ศ. 2541 รัฐมินิโซตา สหรัฐอเมริกา ได้ ฟ ้ องอุตสาหกรรมบุหรี่ และชนะคดี ผลที่สาคัญของการชนะคดีนี ้ ไม่ได้ อยูท ่ ี่เงินชดเชยก้ อนโต หรื อการสัง ่ ห้ ามโฆษณาบุหรี่ ในรัฐมินิโซต้ า แต่อยูท ่ ี่การที่ศาลมีคาสัง ่ ให้ อต ุ สาหกรรมบุหรี่ เปิ ดเผยเอกสารลับนับล้ านชิ ้น ซึง ่ ประกอบด้ วย จดหมาย บันทึกข้ อความ ผลงานวิจย ั การศึกษาต่างๆ แผนการตลาด นโยบาย เอกสารที่ถก ู ตีพิมพ์เผยแพร่และข่าว ในประเด็นต่างๆ มากมาย ขณะนี ้เอกสารเหล่านี ้ถูกเก็บรักษาไว้ ที่ห้องเก็บเอกสารของรัฐมินิโซตา สหรัฐอเมริกา และที่เมืองกิลฟอร์ ด ประเทศอังกฤษ คนทัว ่ ไปสามารถเข้ าไปดูเอกสารเหล่านี ้ได้ ทางเว็บไซต์ของอุตสาหกรรมบุหรี่ และอีกหลายๆ เว็บไซต์ที่ จัดขึ ้นโดยเฉพาะเพื่อให้ ค้นคว้ าได้ สะดวก จากเอกสารลับของบริ ษัทบุหรี่ ทาให้ เรารู้ถึงข้ อมูลซึง ่ ไม่เคยถูกเปิ ดเผยที่ใดมาก่อน เกี่ยวกับแนวคิดและกลยุทธ์ ต่างๆ ของบริษัทบุหรี่ ในช่วง 50 ปี ที่ผา ่ นมา เอกสารลับเหล่านี ้แสดงให้ เห็นว่า

[close]

p. 5

 อุตสาหกรรมบุหรี่ ได้ ปิดบังมาอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปี ถึงความจริ งเกี่ยวกับฤทธิ์การเสพติดและ อันตรายที่เกิดจากบุหรี่ 1. อุตสาหกรรมบุหรี่ ได้ ว่าจ้ างและจ่ายเงินให้ นก ั วิทยาศาสตร์ เพื่อให้ ข้อมูลที่สร้ างความสับสนเกี่ยวกับอันตราย ของบุหรี่ ตอ ่ สุขภาพ 2. อุตสาหกรรมบุหรี่ เกี่ยวข้ องกับการลักลอบนาเข้ าบุหรี่ เถื่อน 3. อุตสาหกรรมบุหรี่ พยายามหลากหลายวิธีที่จะขัดขวางมาตรการควบคุมยาสูบที่มีประสิทธิภาพ ในประเทศ ต่างๆ ทัว ่ โลก ในทุกวันนี ้ อุตสาหกรรมบุหรี่ ก็ยง ั คงดาเนินกลยุทธ์ตา ่ งๆ อย่างต่อเนื่อง ได้ แก่ ปฏิเสธหลักฐานทางสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่ องอันตรายของควันบุหรี่ มือสอง ตัวอย่างเช่น เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548 ทาง FOREST (Freedom Organization on the Right to Enjoy Smoking Tobacco) ซึง ่ เป็ น องค์กรที่รณรงค์เรื่ องสิทธิที่จะมีความสุขจากการสูบบุหรี่ ในประเทศอังกฤษ ได้ ออกข่าวทางวิทยุในฮ่องกง ว่ายังไม่มีการ พิสจ ู น์ได้ เลยว่าควันบุหรี่ มือสองเป็ นอันตรายต่อสุขภาพ ท้ าทายนโยบาย กฎหมาย และโครงการต่ างๆ ของรั ฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่ องที่มีประสิทธิภาพใน การควบคุมยาสูบ เช่น การขึ ้นภาษี การห้ ามโฆษณา การจัดเขตปลอดบุหรี่ ท้ าทายกฎหมายห้ ามสูบบุหรี่ ในภัตตาคาร และบาร์ โดยการชี ้แนะว่าไม่ต้องมีกฎหมาย แต่ใช้ การบริ หารจัดการปั ญหาการสูบบุหรี่ ด้วยตัวภัตตาคารเองเป็ นวิธีที่ดี ที่สด ุ เป็ นต้ น บริ ษัทบุหรี่ จะให้ การสนับสนุนมาตรการต่างๆ ที่ไม่มีประสิทธิภาพหรื อมีประสิทธิภาพน้ อย เช่น ห้ ามขาย บุหรี่ แก่เด็ก คาเตือนข้ างซองบุหรี่ ที่มีขนาดเล็ก และโครงการรณรงค์ที่ทากับโรงเรี ยน เป็ นต้ น นอกจากนี ้ ยังมีการจ้ างนัก วิ่งเต้ น (นักล็อบบี ้) ทังในระดั ้ บรัฐและระดับประเทศ เพื่อเคลื่อนไหวให้ บห ุ รี่ เป็ นสินค้ าที่มีการควบคุมน้ อยที่สด ุ และ สนับสนุนร่างกฎหมายที่เป็ นประโยชน์ตอ ่ อุตสาหกรรมบุหรี่ การซือ ้ นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่ างๆ เพื่อสร้ างข้ อมูลในการโต้ แย้ งกับข้ อมูลของฝ่ าย รณรงค์ เช่น การจัดตังสภาวิ ้ จย ั เรื่ องยาสูบ ซึง ่ บริ ษัทบุหรี่ จะให้ ทน ุ วิจย ั เพื่อหาข้ อมูลมาโต้ แย้ งกับฝ่ ายสุขภาพ ทังในเรื ้ ่ อง ของการที่นิโคตินเป็ นสารเสพติด การสูดควันบุหรี่ มือสอง ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการขึ ้นราคาบุหรี่ รวมทังการจ้ ้ าง ทนายมือดีไว้ เพื่อแก้ ตา ่ งให้ บริษัทในกรณีถก ูฟ ้ องทาวิจย ั เรื่ องผลต่อเศรษฐกิจแบบบิดเบือน โดยงานวิจย ั เหล่านี ้มี วัตถุประสงค์ที่จะแสดงให้ เห็นว่ากฎหมายควบคุมยาสูบจะก่อให้ เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อประเทศ หรื อต่อ ธุรกิจบางอย่าง เช่น ภัตตาคาร ตัวอย่างเช่น บอกว่า “ยาสูบมีความสาคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจของชาติ หากไม่มีการปลูก ยาสูบ ไม่มีโรงงานยาสูบที่ผลิตบุหรี่ และการขายบุหรี่ เศรษฐกิจของรัฐหรื อของประเทศจะเสียหาย คนจะตกงาน รัฐจะ เก็บภาษีได้ น้อยลง และการค้ าที่กาลังก้ าวหน้ าก็จะหยุดชะงัก การโฆษณา การทาการตลาด และการส่ งเสริมการขายอื่นๆ ในวงการค้ าและการทากาไร เครื่ องมือหนึง ่ ที่ ผู้ประกอบธุรกิจใช้ ในการสร้ างยอดขาย คือการโฆษณาและส่งเสริมการขายบุหรี่ ก็เช่นกัน ในแต่ละปี อุตสาหกรรมบุหรี่ ใช้ เงินมหาศาลในการโฆษณาและส่งเสริมการขายบุหรี่ ทางสื่อต่างๆ เฉพาะในสหรัฐอเมริ กาประเทศเดียว บริษัทบุหรี่ ใช้

[close]

p. 6

เงินในการโฆษณาและส่งเสริ มการขายถึง 6 พันล้ านเหรี ยญสหรัฐ หรื อประมาณ 222 พันล้ านบาท หรื อเท่ากับ 3.89 เท่าของงบประมาณกระทรวงสาธารณสุขปี 2542 ( 57,171 ล้ านบาท) บริษัทบุหรี่ ใช้ กลยุทธ์ในการโฆษณาทุกวิถีทาง ทังที ้ ่เป็ นการโฆษณาโดยตรง และโฆษณาแฝงไปกับกิจกรรม ต่างๆ รวมทังการผลิ ้ ตสินค้ าอื่นๆ ที่มีสญ ั ลักษณ์ยี่ห้อบุหรี่ เพื่อใช้ เป็ นสื่อโฆษณาอีกทางหนึง ่ เช่น เสื ้อยืด พวงกุญแจ สติก เกอร์ ที่มีโลโก้ บห ุ รี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสื ้อผ้ า โดยใช้ ชื่อเดียวกับยี่ห้อบุหรี่ หรื อใกล้ เคียง เช่น Camel Trophy, Marlboro Classic แต่ยง ั คงใช้ โลโก้ เดียวกัน และแม้ กฎหมายประเทศไทยจะห้ ามโฆษณาสินค้ าที่ใช้ ชื่อเดียวกับบุหรี่ แต่ก็ยง ั มีการ หลบเลี่ยง เช่น การแจกสติกเกอร์ การประชาสัมพันธ์ในนิตยสาร เป็ นต้ น จากการศึกษาวิจย ั หลายๆ สถาบันทัว ่ โลก พบว่าการโฆษณาบุหรี่ เป็ นปั จจัยสาคัญที่ทาให้ วย ั รุ่นสูบบุหรี่ การ วิจย ั ซึง ่ ตีพิมพ์ในวารสาร Tobacco Control Journal เมื่อกลางปี 2541 พบว่า การโฆษณาและส่งเสริมการขายบุหรี่ มีผล อย่างมากต่อการเริ่มสูบบุหรี่ ของวัยรุ่น และพบว่า วัยรุ่นมักจะสูบบุหรี่ ยี่ห้อที่เขาชื่นชอบการโฆษณาของบุหรี่ ยี่ห้อนัน ้ และจากการรายงานผลการวิจย ั เรื่ อง “การสูบบุหรี่ ของวัยรุ่นไทย” ของ ดร. มาร์ วิน โกลด์เบอร์ ก พบว่า วัยรุ่นมีแนวโน้ มที่ จะสูบบุหรี่ สง ู ขึ ้น ถ้ าพวกเขาเคยรู้ เคยเห็น คุ้นเคย หรื อมีสินค้ าที่ใช้ ชื่อยี่ห้อเดียวกับยี่ห้อบุหรี่ ไว้ ครอบครองในบาง ประเทศ มีการลด แลก แจก แถม ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีสญ ั ลักษณ์ยี่ห้อบุหรี่ ทังการแจกโดยตรงและการจั ้ ดส่งถึง กลุม ่ เป ้ าหมายทางไปรษณีย์หรื อการแนบแผ่นโฆษณาไปกับนิตยสารอื่นๆ ซึ่งการมีไว้ หรื อใช้ ผลิตภัณฑ์ที่มียี่ห้อบุหรี่ นี ้ก็ เท่ากับเป็ นการโฆษณาเคลื่อนที่ และมีการวิจย ั พบว่าแม้ ผ้ ท ู ี่ใช้ สิ่งของเหล่านี ้จะไม่สบ ู บุหรี่ แต่มีทศ ั นคติที่ดีกบ ั บุหรี่ และ จะเลือกสูบบุหรี่ ที่มีของแจกเป็ นอันดับแรก รัฐบาลของประเทศต่างๆ ทัว ่ โลก กาลังดาเนินการออกกฎหมายห้ ามโฆษณา บุหรี่ แม้ อต ุ สาหกรรมบุหรี่ จะได้ รับรู้กฎหมายเหล่านัน ้ แต่ดเู หมือนพวกเขาไม่ได้ ซาบซึ ้งในเจตจานงของกฎหมาย เหล่านันที ้ ่ไม่ต้องการให้ มีการใช้ กลยุทธ์ตา ่ งๆ มาเชิญชวนให้ คนสูบบุหรี่ อุตสาหกรรมบุหรี่ ใช้ เทคนิคต่างๆ มากมายใน การเลี่ยงกฎหมาย โดยการโฆษณาสินค้ าชนิดอื่นที่มีชื่อและสัญลักษณ์เดียวกับบุหรี่ เช่น มาร์ ลโบโร คาเมล หรื อการ แจกของชาร่วยที่มียี่ห้อบุหรี่ ตด ิ อยู่ และยังขยายการโฆษณา ณ จุดขาย โดยทาให้ เป็ นป ้ ายโฆษณาขนาดใหญ่ ฯลฯ การมีฉากสูบบุหรี่ หรื อโชว์ ซองบุหรี่ ในละครหรื อภาพยนตร์ ในช่วงหลายปี ที่ผา ่ นมา บุหรี่ หลายยี่ห้อได้ ให้ เงินสนับสนุนใน การผลิตภาพยนตร์ บางราย ได้ มีข้อตกลงทาสัญญายินยอมที่จะให้ มีฉากสูบบุหรี่ หรื อมีการจัดวางบุหรี่ ยี่ห้อนันๆ ้ ใน ภาพยนตร์ โดยแลกเปลี่ยนกับเงินจานวนมาก จากเอกสารขององค์กรป ้ องกันมะเร็งแห่งรัฐนิวเซาท์เวลล์ ประเทศ ออสเตรเลีย ระบุวา ่ บุหรี่ Lark จ่ายเงิน 350,000 ดอลลาร์ ให้ กบ ั หนัง James Bond ตอน License to Kill, บุหรี่ Marlboro จ่ายเงิน 42,000 ดอลลาร์ ให้ กบ ั หนังเรื่ อง Superman II , บุหรี่ Eve จ่ายเงิน 30,000 ดอลลาร์ ให้ กบ ั หนังเรื่ อง Supergirl, บุหรี่ Lucky Strike จ่ายเงิน 5,000 ดอลลาร์ ให้ กบ ั หนัง Beverly Hills Cop ทาไมบริษัทบุหรี่จึงยอมจ่ ายเงินจานวนมากนี ้ - ตามธรรมชาติของมนุษย์ การกระทาที่เกิดขึ ้นล้ วนเกิดจากพฤติกรรมการเลียนแบบ โดยเฉพาะในกลุม ่ เด็กและวัยรุ่น ภาพยนตร์ คือต้ นแบบที่สาคัญ

[close]

p. 7

- ความรู้สก ึ ประทับใจและความนิยมในตัวดาราจะส่งผลให้ ผ้ ช ู มสนใจติดตามและเกิดพฤติกรรมการ ลอกเลียนแบบ ลักษณะการพูด ท่าทางการแสดงออก การแต่งกาย ทรงผม รวมถึงการสูบบุหรี่ ที่ ปรากฏอยูใ ่ นภาพยนตร์ - พฤติกรรมการสูบบุหรี่ ของนักแสดงในภาพยนตร์ เป็ นตัวกระตุ้นทางหนึง ่ ที่ทาให้ เด็กที่ไม่เคยสูบบุหรี่ เกิดความอยากลองสูบบุหรี่ สาหรับผู้ที่สบ ู อยูแ ่ ล้ วก็จะทาให้ ยง ั คงสูบบุหรี่ ตอ ่ ไป - ในหนังบางเรื่ องการสูบบุหรี่ หมายถึง การแสดงออกซึ่งความเป็ นผู้ใหญ่ ซึง ่ สามารถทาให้ เด็กและวัยรุ่น ที่ได้ ดห ู นังเกิดความต้ องการที่จะแสดงออกเช่นนี ้บ้ าง - การสูบบุหรี่ ในหนังที่แสดงถึงการดาเนินชีวิตประจาวัน สามารถทาให้ ผ้ ช ู มเกิดความเข้ าใจผิดว่าการสูบ บุหรี่ เป็ นเรื่ องปกติ และเป็ นกิจกรรมหนึง ่ ในชีวิตประจาวันที่คนส่วนใหญ่ปฏิบต ัก ิน ั ทังๆ ้ ที่ในความเป็ น จริงแล้ ว จานวนคนสูบบุหรี่ ในแต่ละประเทศเป็ นเพียงคนกลุม ่ หนึง ่ เท่านัน ้ การลักลอบนาเข้ าบุหรี่เถื่อน บุหรี่ ที่มีอยูใ ่ นตลาดทัว ่ โลกขณะนี ้ประมาณ 1 ใน 3 เป็ นบุหรี่ เถื่อน ซึง ่ ปั จจุบน ั เป็ นที่ร้ ูกน ั ว่าที่มาของบุหรี่ เถื่อนนัน ้ เป็ นขบวนการที่บริษัทบุหรี่ ร้ ูเห็นและเป็ นขบวนการที่มืออาชีพดูแลอยู่ บุหรี่ เถื่อนมี ประโยชน์อย่างมหาศาลต่ออุตสาหกรรมบุหรี่ เพราะอย่างไรก็ตามบุหรี่ ก็ยง ั คงขายออกสูต ่ ลาดนารายได้ เข้ าผู้ผลิต แต่ รัฐบาลของประเทศนันๆ ้ ต่างหากที่จะสูญเสียรายได้ จากการเก็บภาษี บุหรี่ เถื่อนจะมีราคาถูก ซึง ่ ทาให้ เด็กสามารถซื ้อ บุหรี่ ได้ บุหรี่ เถื่อนไม่ต้องเสียภาษีใดๆ หรื อไม่มีข้อจากัดในการส่งออก และบริษัทบุหรี่ ใช้ ข้ออ้ างเรื่ องบุหรี่ เถื่อนมากดดัน รัฐบาลไม่ให้ ขึ ้นภาษี บห ุ รี่ สาหรับประเทศไทยในช่วงที่ยง ั ไม่เปิ ดตลาดบุหรี่ ให้ แก่บห ุ รี่ ตา ่ งประเทศ การกระจายของบุหรี่ เถื่อนจะเป็ นไปเพื่อให้ ลก ู ค้ ารู้จก ั และนาไปสูก ่ ารเปิ ดตลาดบุหรี่ ในโอกาสต่อไป แต่สาหรับประเทศที่เปิ ดตลาดแล้ ว บุหรี่ เถื่อนจะมีราคาถูกกว่าบุหรี่ ที่เสียภาษี ซึง ่ จะเป็ นข้ ออ้ างของบริษัทบุหรี่ เพื่อมิให้ ขึ ้นภาษี อีก เพราะจะทาให้ มีบห ุ รี่ เถื่อน มากขึ ้น การบริจาคเพื่อสร้ างพันธมิตร โดยเฉพาะการสนับสนุนกลุม ่ ผู้หญิง ศิลปะ การละคร การศึกษา กลุม ่ ผู้ด้อยโอกาสในในสังคม กลุ่มการเมือง และกลุม ่ ที่มีความสนใจเฉพาะต่างๆ สถานภาพของบุหรี่ จง ึ กลายเป็ นเพื่อน เป็ น นักสิทธิมนุษยชนและผู้พิทก ั ษ์ความยุตธ ิ รรมในสังคม ซึง ่ ทาให้ กลุม ่ ที่รับเงินเหล่านี ้ไม่กล้ าคัดค้ านบริ ษัทบุหรี่ และใน บางครัง ้ ยังลุกขึ ้นเป็ นปากเสียงแทนบริ ษัทบุหรี่ อีกด้ วย นอกจากนี ้ บริษัทบุหรี่ ยง ั ให้ ทน ุ แก่มหาวิทยาลัย ในการศึกษา การวิจย ั ฯลฯ มีการ โต้ เถียง เรื่ องนี ้กันทัว ่ โลก ใน ประเด็นมหาวิทยาลัยควรรับเงินบริษัทหรื อไม่ บางคนคิดว่าไม่ควรรับเพราะเป็ นเสมือนการทุจริ ตทางวิทยาศาสตร์ แต่ บางคน โดยเฉพาะกลุม ่ ที่ไม่ค้ น ุ เคยกับบริษัทบุหรี่ เชื่อว่าการห้ ามรับเงินจากบริษัทบุหรี่ เป็ นการขัดขวางอิสรภาพทาง การศึกษา กลยุทธ์ “บริษัทที่มีสานึกรับผิดชอบ” ในปี 2537 ผู้บริหารระดับสูงของอุตสาหกรรมยาสูบได้ ให้ คาสาบานต่อ หน้ าศาลว่า บุหรี่ ไม่ใช่สิ่งเสพติด ซึง ่ ภายหลังจากมีหลักฐานพิสจ ู น์ได้ วา ่ พวกเขารู้ดีมานานแล้ วว่า นิโคตินในบุหรี่ เป็ น สารเสพติด ก็ทาให้ พวกเขาสูญเสียความน่าเชื่อถือลง ปั จจุบน ั พวกเขากาลังพยายามที่จะกอบกู้ความน่าเชื่อถือของพวก

[close]

p. 8

เขากลับมา โดยทาตัวว่ามีจรรยาบรรณ บริ ษัทบริตช ิ อเมริ กน ั โทแบคโคทากิจกรรมที่ทาให้ ดเู หมือนว่า พวกเขา “ให้ ความ ร่วมมือกับสังคม” และบริษัทฟิ ลิป มอร์ ริส ก็ทากิจกรรมที่ทาให้ ดเู หมือนว่าพวกเขา “รับผิดชอบต่อสังคม” ตัวอย่างเช่น 1. ให้ ทน ุ สนับสนุนโครงการที่ทากับโรงเรี ยนในเรื่ องการป ้ องกันวัยรุ่นจากการสูบบุหรี่ เพื่อสร้ างภาพลักษณ์ให้ กบ ั ตนเองว่า ไม่ต้องการให้ วย ั รุ่นสูบบุหรี่ 2. บริษัทสนับสนุนโครงการป ้ องกันเยาวชนสูบบุหรี่ 18+ ตอกย ้าภาพลักษณ์ของการเป็ นสินค้ าของผู้ใหญ่ โดย บริษัทฟิ ลิป มอร์ ริส อินเตอร์ เนชัน ่ แนลประชาสัมพันธ์ โครงการสิบแปดบวกด้ วยการให้ ร้านขายบุหรี่ แจกแผ่นพับ “สิบ แปดบวก ไม่ถึงสิบแปดไม่ขาย” โดยพิมพ์ข้อความไว้ วา ่ บริษัท ฟิ ลลิป มอร์ ริส มีความตังใจแน่ ้ วแน่ในการที่จะต่อสู้กบ ั ปั ญหาการสูบบุหรี่ ในเด็กและเยาวชน จากการศึกษาวิจย ั ของนักวิชาการในต่างประเทศ พบว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้ สง ่ ผลต่อพฤติกรรมการขายบุหรี่ แก่วย ั รุ่นของร้ านขายบุหรี่ แต่อย่างใด แต่เป็ นเพียงกลยุทธ์ในการสร้ างภาพพจน์ของบริ ษัทบุหรี่ ที่ตกต่าอย่างสุดขีดใน ขณะนี ้ ข้ อมูล : ศ.นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชย ั กุล. บรรณาธิการ “การควบคุมการบริโภคยาสูบ สาหรับบุคลากรและนักศึกษา วิชาชีพสุขาภาพ. พิมพ์ครัง ้ ที่ 1 พฤษภาคม 2549.

[close]

Comments

no comments yet