โครงการสำรวจการบริโภคยาสูบในผู้ใหญ่ ระดับโลก ปี 2554

 

Embed or link this publication

Description

โครงการสำรวจการบริโภคยาสูบในผู้ใหญ่ ระดับโลก ปี 2554

Popular Pages


p. 1

1   โครงการสํารวจการบริโภคยาสูบในผู้ใหญ่ ระดับโลก ปี 2554 Global Adult Tobacco Survey (GATS), 2011 ข้อค้นพบสําคัญจากผลการสํารวจการบริโภคยาสูบในผูใ ้ หญ่ระดับโลก ปี 2554 การบริโภคยาสูบ 1) จํานวนผู้บริโภคยาสูบชนิดมีควัน คือ 13.0 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 24.0 ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป โดยมีอัตราการบริโภคยาสูบชนิดมีควันในเพศชาย 46.6% และในเพศหญิง 2.6% 2) เป็นผู้ที่ปัจจุบันสูบบุหรี่โรงงาน (หรือบุหรี่ซอง) เพียงอย่างเดียว = 5.1 ล้านคน เป็นผู้สูบบุหรี่มวนเองเพียงอย่างเดียว = 4.7 ล้านคน เป็นผู้ที่สูบทั้งบุหรี่โรงงานและบุหรี่มวนเอง = 3.1 ล้านคน เป็นผู้ที่สูบบุหรีอ ่ ื่นชนิดมีควัน (เช่น ไปป์ ซิการ์ บารากู่ เป็นต้น) = 1 แสนคน การเลิกยาสูบ 1) 2) 3) 4) 5) 6) 54.0% ของคนที่ปัจจุบันสูบยาสูบ คิดจะเลิกสูบ 36.7% ของคนที่สูบยาสูบ เคยพยายามเลิกสูบในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา 62.6% ของผู้สูบบุหรี่ปัจจุบัน คิดอยากเลิกสูบ เพราะเห็นภาพคําเตือนบน 4 สีบนซองบุหรี่ คนที่เคยสูบยาสูบเป็นประจําได้เลิกสูบแล้ว 4.5 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 27.2% 55.8% ของผู้สูบยาสูบชนิดมีควันที่ไปใช้บริการสาธารณสุขในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ได้รับการแนะนําให้เลิกสูบ ขณะที่ ผู้ใช้ยาสูบชนิดไม่มีควัน (อม/จุกยาเส้นที่กระพุ้งแก้ม สูดยานัตถุ์ กินหมากพลูที่มียาเส้นประกอบ) ที่ไปใช้ บริการสาธารณสุข มีเพียง 16.3% ได้รับการแนะนําให้เลิกใช้ การได้รับควันบุหรี่มือสองในช่วง 30 วันที่ผา ่ นมา 1) ประชากร 4.2 ล้านคน (ร้อยละ 30.5) ได้รับควันบุหรี่มือสองในอาคารสถานที่ทํางาน 2) ประชากร 19.5 ล้านคน (ร้อยละ 36.0) ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้านอย่างน้อยเดือนละครั้ง 3) ตลาดสดหรือตลาดนัด เป็นสถานที่สาธารณะที่ประชากรไทย ได้รับควันบุหรี่มือสองสูงสุด ร้อยละ 68.8 สื่อ 18.2% ของประชากรเคยสังเกตเห็นการโฆษณาบุหรี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงบุหรี่หรือการตั้งวางซองบุหรี่ ณ ร้านค้าที่จําหน่ายบุหรี่ 1) คนไทย มีความรู้ในระดับดี (เกินกว่าร้อยละ 90) ว่าการสูบบุหรี่ก่อให้เกิดโรคร้ายแรงได้ การได้รับควันบุหรี่ที่ผู้อื่น สูบ ก่อให้เกิดโรคร้ายแรงในผู้สูบได้ และบุหรี่เป็นสารเสพติด 2) ร้อยละ 34.3% ยังคงมีความเชื่อว่า บุหรี่มวนเอง มีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่โรงงาน และความเชื่อเช่นนี้ ยิ่งพบสูงขึ้น ในคนอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ที่อาศัยอยู่ในชนบท และผู้ที่มีการศึกษาน้อย 3) ภาพคําเตือน 3 อันดับแรกที่ทําให้ผู้สูบบุหรี่อยากเลิกสูบและผู้ไม่สูบุหรี่ไม่อยากเริ่มสูบ คือ “สูบแล้วเป็นมะเร็งช่อง ปาก” “สูบแล้วเป็นมะเร็งกล่องเสียง” และ “ควันบุหรี่ทําให้เกิดมะเร็งปอด” หมายเหตุ คําว่า “ยาสูบ” ชนิดมีควัน มีความหมายครอบคลุมตั้งแต่บุหรี่ซองที่ผลิตจากโรงงาน บุหรี่มวนเอง และยาสูบอื่นๆที่ใช้โดยวิธีสูบ เช่น ไปป์ ซิการ์ ฮุกก้า/บารากู่ เป็นต้น และคําว่า “ประชากร” สําหรับการสํารวจครั้งนี้ ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ความรู้ ทัศนคติและการรับรู้

[close]

p. 2

2 ข้อมูลทางเศรษฐกิจ 1) ผู้สูบบุหรี่ปัจจุบัน ชนิดบุหรี่โรงงาน จ่ายเงินซื้อบุหรี่โรงงาน 586 บาทต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 9.7 ของรายได้ เฉลี่ยต่อเดือนในแต่ละบุคคล 2) ขณะที่ ผู้สูบบุหรี่ปัจจุบันชนิดมวนเองและใช้แบบไม่มีควัน จ่ายเงินซื้อยาเส้น เพียง 37.5 บาทต่อเดือน คิดเป็น ร้อยละ 0.6 ของรายได้เฉลี่ยต่อเดือนในแต่ละบุคคล หรือเพียง 1 ใน 16 เท่าของคนที่สูบบุหรี่โรงงาน 3) ร้อยละ 4.8 ของบุหรี่ซองทีซ ่ ื้อมาสูบครั้งสุดท้ายไม่มีภาพคําเตือนเป็นรูปภาพ ซึ่งเป็นตัวชีว ้ ัดที่บง ่ ชี้สถานการณ์ บุหรี่เลี่ยงภาษี ่ าคาถูกยี่ห้อใหม่ของโรงงานยาสูบที่วางจําหน่ายในปี 2552 (ปีที่มี 4) 1 ใน 5 ยี่หอ ้ บุหรี่โรงงานยอดนิยม คือ บุหรีร การขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่ซก ิ าแรตจาก 80% เป็น 85%) เปรียบเทียบข้อค้นพบสําคัญจากผลการสํารวจการบริโภคยาสูบในผู้ใหญ่ระดับโลก ปี 2554 กับปี 2552 ทีผ ่ ่านมา ประเด็น มิติเชิง การบริโภคยาสูบ ผลลัพธ์ การได้รับควัน บุหรี่มือสอง สรุปข้อค้นพบเชิงเปรียบเทียบ จํานวนและอัตราการสูบบุหรี่ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 15 – 17 ปี เยาวชนเริ่มสูบบุหรี่ทอ ี่ ายุน้อยลง (จากเริ่มสูบประจําเมื่ออายุเฉลี่ย 18.5 ปี เป็น 17.4 ปี) สถานที่สาธารณะ 5 ลําดับแรกที่ได้รับควันบุหรี่สูงสุด ได้แก่ ตลาด สถานบันเทิง ร้านอาหาร มหาวิทยาลัย และที่ทํางาน โรงเรียน มีแนวโน้มได้รับควันบุหรี่ลดลง แต่ 1 ใน 4 ยังคงได้รบ ั ควันบุหรี่ที่โรงเรียน บ้าน เป็นสถานที่ที่ประชากรไทยได้รับควันบุหรี่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ความสนใจ (หรือคิดจะเลิกยาสูบ) และเคยพยายามเลิกยาสูบลดลง บุคลากรสุขภาพ มีการซักถาม และแนะนําให้เลิกยาสูบเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เยาวชนอายุ 15-17 ปี ยังคงเข้าถึงยาสูบได้ง่าย เห็นได้จากการซื้อบุหรี่ครัง ้ สุดท้าย แบบแบ่งมวนขายเพิ่มขึ้นจาก 84.3% เป็น 88.3% บุหรี่เลี่ยงภาษี มีจํานวนเพิ่มขึ้นจาก 2.6% เป็น 4.8% โดยเฉพาะกทม.และภาคใต้ บุหรี่ราคาถูก (30-45 บาทต่อซอง) เป็น 5 ลําดับแรกของบุหรี่ยอดนิยมที่มีส่วนแบ่ง การตลาดเพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 35.3% พบเห็นการโฆษณาของอุตสาหกรรมยาสูบเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ ณ ร้านค้าที่ขายบุหรี่ ภาพ 4 สีบนซองบุหรี่ มีประสิทธิผลต่อการนึกถึงการเลิกยาสูบลดลง ภาพขาวดําบนซองยาเส้น มีประสิทธิผลต่อการนึกถึงการเลิกยาสูบเพิ่มขึ้นกว่าเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ประชากรมีความเชื่อลดลงอย่างชัดเจนว่า การสูบบุหรี่มวนเองมีอันตรายน้อยกว่า การสูบบุหรี่โรงงาน ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดข ีน ึ้   o o o o o การเลิกยาสูบ มิติเชิง เศรษฐกิจ สาเหตุ/ ปัจจัย กระตุ้น การ บริโภค สื่อ ยาสูบ o o o o o o o o ความรู้ ทัศนคติ การรับรู้ o ข้อมูลเพิ่มเติม: ติดต่อกลุ่มพัฒนาวิชาการ สํานักควบคุมการบริโภคยาสูบ (02-580-6962)

[close]

p. 3

Survey: GATS) เปนการติดตาม กำกับการใชผลิตภัณฑยาสูบ (ชนิดมีควันและ ไมมีควัน) รวมถึงประเมินผลการควบคุมยาสูบที่เปนระบบและเปนมาตรฐานสากล มวนเองและใชแบบไมมีควัน สำหรับบุหรี่ โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานสถิติแหงชาติ และคณะ สาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล ทำการสำรวจครัวเรือนที่มีประชากร กลับโดยรวม รอยละ 96.3 มูลนิธิรณรงคเพื่อการไม‹สูบบุหรี่

[close]

p. 4

สำหรับบุหรี่มวนเองและใชแบบไมมีควัน 30 25 20 รอยละ 8.6 5.8 9.4 ประชากรรวม 1.7 9.3 10.8 15-24 บุหรี่ีโรงงาน 8.0 12.0 6.4 4.6 11.8 25-44 ทั้ง 2 ชนิด 8.4 45-59 บุหรี่มวนเอง 13.4 1.8 3.6 60+ ป กระตุนการสูบบุหรี่ ณ รานคาที่ขายบุหรี่ 15 10 5 0 ÊÙººØËÃÕèáÅŒÇ໚¹ÁÐàÃ秪‹Í§»Ò¡ ÊÙººØËÃÕèáÅŒÇ໚¹ÁÐàÃ秡ŋͧàÊÕ§ ÊÙºáÅŒÇ໚¹ÁÐàÃ移ʹµÒ ศูนยควบคุมและปองกันโรค

[close]

p. 5

อัตราตอบกลับโดยรวม รอยละ 94.2 และ 96.3 ตามลำดับ (ขอมูลเพิ่มเติมสามารถศึกษาไดจากเอกสารขอเท็จจริงเฉพาะ ป 2552 และ ป 2554) อัตราการบริโภคยาสูบยังคงสูง แมประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมยาสูบที่เขมแข็ง แตยังตองทำการปดชองวางของกฎหมายและบังคับใชกฎหมายอยางมี ประสิทธิภาพเพื่อลดอัตราการบริโภคยาสูบ มูลนิธิรณรงคเพื่อการไม‹สูบบุหรี่

[close]

p. 6

50 45 40 35 30 ร้อยละ 25 20 15 10 5 0 ประชากรรวม ปี 2552 ชาย ปี 2554 ิ หญง 9.1 27.2 26.9 ร้อยละ 80 70 60 50 68.8 40 46.4 47.2 68.4 30 69.3 55.6 30.5 27.2 21.6 25.6 20 10 7.6 0 ่ ํางาน สถานทีท ่ สาธารณะ ขนสง ปี 2552 ปี 2554 สถานบน ั เทิง ตลาด 50 45 40 35 30 ร้อยละ 16 14 12 10 8 ร ้อยละ 25 20 15 10 5 0 45.6 46.6 14.3 6 29.6 30.1 27.0 28.1 10.0 4 2 0 10.5 9.6 4.9 ชนิดมีควัน บห ุ รีโ ่ รงงาน ปี 2552 ปี 2554 บุหรีม ่ วนเอง ประชากรรวม ่ กว่าประถมศึกษา ตํา ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา 30 25 20 ร้อยละ ะ 15 24.5 ร้อยละ ะ 70 60 50 40 30 49.8 16.8 11 6 6.7 5.5 60.6 42.6 47.5 35.4 10 5 0 18.2 20 10 0 36.7 ประชากรรวม ปี 2552 ป 15 - 24 ปี ปี 2554 ป 25 ปี ขน ึ้ ไป ประชากรรวม ปี 2552 ป 15 - 24 ปี ปี 2554 ป 25 ปี ขน ึ้ ไป หมายเหตุ: (1) การใชปจ  จุบน ั หมายถึงการใชเปนประจำและครัง ้ คราว (2) ประชากรวัยผูใ  หญ หมายถึง ประชากรอายุตง ้ั แต 15 ปขน ้ึ ไป (3) ขอมูลไดรบ ั การถวงน้ำหนักเพือ ่ เปนตัวแทนระดับประเทศของประชากรชายและหญิงอายุตง ้ั แต 15 ปขน ้ึ ไป และ (4) คารอยละ โครงการฯนี้ ไดรับงบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ (สสส.) ผาน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และศูนยวจ ิย ั และจัดการความรูเ พือ ่ การควบคุมยาสูบ (ศจย.) ในป 2554 และ The Bloomberg

[close]

Comments

no comments yet