ธรรมชาติของดินและปุ๋ย (พิมพ์ครั้งที่ 12)

 

Embed or link this publication

Description

ธรรมชาติของดินและปุ๋ย (พิมพ์ครั้งที่ 12)

Popular Pages


p. 1

%%# 46/ 6A'2:ç$ )4#%;ê 9I4ê46A'2:ç$/4%,#:ç$C ê@/ @BB'$7 “:ç$,3H 3”/ 4%)6@%42-í4:/4-4% 9 C6 “'666” B$@+%% / 4%@ 6H#7)4#,4#4%@+%%

[close]

p. 2

ª×èÍ˹ѧÊ×Í ºÃóҸԡÒà ¤Ù‹Á×ÍÊÓËÃѺ¡ÒÃà¡É‡ÃÂؤãËÁ‹ ¸ÃÃÁªÒ‡Ô¢Í§´Ô¹áÅл؉ ÈÒʇÃÒ¨ÒÃÂÐ ´Ã.·ÑȹÕÂÐ Íч‡Ð¹Ñ¹·¹Ð ´Ã.»Ãзջ ÇÕÃоѲ¹¹ÔÃѹ´ÃÐ ¾ÔÁ¾Ð¤ÃÑ駷Õè 12 ¨Ó¹Ç¹·Õè¨Ñ´¾ÔÁ¾Ð ¨Ñ´¾ÔÁ¾Ðâ´Â ÁԶعÒ¹ 2558 5,000 àÅ‹Á Êӹѡ§Ò¹¡Í§·Ø¹Ê¹ÑºÊ¹Ø¹¡ÒÃÇԨѠ(Ê¡Ç.) 979/17-21 ªÑé¹ 14 ÍÒ¤ÒÃàÍÊ àÍçÁ ·ÒÇàÇÍÃÐ ¶¹¹¾ËÅâ¸Թ á¢Ç§ÊÒÁàʹ㹠ࢇ¾ÞÒä· ¡ÃØ§à·¾Ï 10400 â·ÃÈѾ·Ð 0 2278 8200 â·ÃÊÒà 0 2298 0476 E-mail: callcenter@trf.or.th Homepage: http//www.trf.or.th ÃÒ¤Ò ISBN : 50 ºÒ· 978-974-2257-59-0

[close]

p. 3

คำนำพิมพครั้งที่ 12 ป พ.ศ. 2543 ประเทศไทยนำเขาปุย  เคมี 2.6 ลานตัน เพิม ่ เปน 5.58 ลานตั นในปี พ. ศ. 2555 คิดเป็ นมู ล คา 83,947 ลานบาท และในตน ทุ น การผลิตพืชเศรษฐกิจเปนคาปุย  เคมีประมาณรอยละ 20 เกษตรกรจึงตองปรับตัวครั้งใหญ เพื่อลดตนทุนการผลิตใหสามารถ แขงขันไดในตลาดโลก ซึ่งการใชปุยอยางมีประสิทธิภาพเปนหนึ่งในปญหา เรงดวนที่ควรถูกหยิบยกขึ้นมาแกไข ถาดินดี จะใสปย ุ นอย ทำใหตน  ทุนต่ำ คุณภาพของดินจึงมีความสำคัญ อยางยิ่งตอความสำเร็จในการปลูกพืช แตในบรรดาปจจัยการผลิต เกษตรกร รูเรื่องดินและปุยนอยที่สุด อาจเนื่องจากความสัมพันธขององคประกอบของดิน ไดแก อินทรียวัตถุ แรธาตุ น้ำ และอากาศ มีความสลับซับซอน อธิบาย ใหเขาใจไดยาก นอกจากนี้ คำแนะนำปุยสวนใหญยังคงเปนแบบกวางๆ หรือ “คำแนะนำปุยเสื้อโหล” โดยพิจารณาเฉพาะธาตุอาหารที่มีอยูในดิน ขณะนั้น ไมไดนำปจจัยการผลิตพืชอื่นๆ มารวมคำนวณ คำแนะนำปุย จึง เปนคำแนะนำปุยที่ไมมีประสิทธิภาพ ระหวางป พ.ศ. 2540-2551 สำนักกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ไดสนับสนุนทุนวิจัยแก ศ.ดร. ทัศนีย อัตตะนันทน และคณะ ใหจัดทำโครงการ การจัดการธาตุอาหารพืชเฉพาะพื้นที่ เพื่อการผลิตขาวโพด ขาว และออย (ภาคอีสาน) อยางยั่งยืน หรือเรียกสั้น ๆ วา โครงการ “ปุยสั่งตัด” สวนพืช เศรษฐกิจชนิดอื่นๆ ยังคงตองใชคำแนะนำปุยตามคาวิเคราะหดิน ทำไม ? เกษตรกรควรใชคำแนะนำ “ปุยสั่งตัด” เพราะดินในพื้นที่ การเกษตรของประเทศไทยมีมากกวา 200 ชุดดิน แตละชุดดินมีศักยภาพ ่ ใชปลูกพืช คำแนะนำ “ปุย  สัง ่ ตัด” เปนคำแนะนำ และขอจำกัดแตกตางกัน เมือ ปุยทีพ ่ ฒ ั นาจากแบบจำลอง การปลูกพืช และระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ซึง ่ ใช ทัง ้ ขอมูลชุดดิน คาวิเคราะหดน ิ ปจจุบน ั พันธุกรรมพืช และสภาพภูมอ ิ ากาศ เทคโนโลยี “ปุยสั่งตัด” ลดคาปุยเคมีลงไดรอยละ 30 – 50 และเพิ่ม ผลผลิตรอยละ 10 – 20 เมื่อใชปุยไดถูกตอง พืชจะแข็งแรง ลดการใชสาร

[close]

p. 4

ปองกันกำจัดศัตรูพืช จึงชวยลดการปนเปอนของสารพิษในผลผลิต สงผลดีตอ เกษตรกรและผูบริโภค รวมทั้งลดสารเคมีตกคางในสิ่งแวดลอมอีกดวย ตัวอยางเชน ป พ.ศ. 2551 ผูใหญรม วรรณประเสริฐ ศูนยขาว ชุมชนหวยขมิ้น อ.หนองแค จ.สระบุรี มีสมาชิ ก 89 ราย พื้นที่ปลูกขาว เกือบ 4 พันไร นำเทคโนโลยี “ปุยสั่งตัด” ไปเผยแพรใหสมาชิก ปรากฏวา จากที่เคยใชปุยสำหรับขาวนาป 1.7 ลานบาท ในปจจุบัน ลดลงเหลือเพียง 640,000 บาท ขณะที่ผลผลิตขาวเพิ่มขึ้นรอยละ 10 - 20 อีกทั้งไมตอง ฉีดสารฆาแมลง ซึ่งมีคาใชจายไรละ 300 บาท ทีมวิจัยยังคงมุงมั่นถายทอดเทคโนโลยี “ปุยสั่งตัด” ไปสูเกษตรกร อยางตอเนื่อง รวมทั้งสงเสริมและสนับสนุน “กลุมเกษตรกร” ใหจัดตั้ง “คลินิกดิน” เพื่อใหเกษตรกรผูนำที่มีจิตอาสาบริการตรวจดิน แนะนำการ ใชปุย และจำหนายแมปุยใหแกพี่นองเกษตรกรในชุมชนทองถิ่น หนังสือ “ธรรมชาติของดินและปุย” เปนผลพลอยไดจากโครงการวิจัย “ปุยสั่งตัด” หนังสือดังกลาวอานเขาใจไดงาย และมีเนื้อหาที่เปนประโยชนตอ เกษตรกร อาทิ ความรูพื้นฐานดานดินและปุย การผสมปุยใชเอง เทคโนโลยี “ปุยสั่งตัด” การเก็บตัวอยางดิน การตรวจดินแบบรวดเร็ว รวมทั้งการจัดตั้ง “คลินิกดิน” โดยเกษตรกร การพัฒนาระบบเกษตรยั่งยืน และการเสริมสรางขีด ความสามารถของเกษตรกร สกว. เห็นคุณคาของหนังสือเลมนี้ จึงสนับสนุนการจัดพิมพจำนวน 5,000 เลม เพื่อเปนอีกแรงหนึ่งในการหนุนเสริมเกษตรกรใหใชปุยไดอยางมี ประสิทธิภาพ (ศาสตราจารยนายแพทยสุทธิพันธ จิตพิมลมาศ) ผูอำนวยการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย 1 มิถุนายน 2558

[close]

p. 5

คำนำผูเขียน หนังสือ “ธรรมชาติของดินและปุย” เปนผลพลอยไดจากโครงการ “ปุยสั่งตัด” ซึ่งไดสราง 3 นวัตกรรม ดังนี้ (1) คำแนะนำ “ปุยสั่งตัด” (2) ชุดตรวจสอบ เอ็น-พี-เค ในดินแบบรวดเร็ว เกษตรกรใชวิเคราะห ดินไดดวยตนเอง แกปญหาการบริการที่ลาชาของภาครัฐ อีกทั้งประหยัด แมนยำ สะดวก รวดเร็ว ใชเวลาเพียง 30 นาที (3) กระบวนการถายทอดเทคโนโลยีแบบมีสวนรวม ใหความสำคัญ กั บ การเพิ่ ม ขี ด ความสามารถเกษตรกรให พึ่ ง ตนเองได เป น “ นวั ต กรรม ระบบการวิจัย” ที่บูรณาการงานวิจัย งานพัฒนา และงานสงเสริม การเกษตร เขาดวยกัน หนั ง สื อ เลมนี้ยังไดผ นวกประสบการณกวา 15 ปี ของผูเขี ย นที ่ ม ี โอกาสจั ด เวที เ รี ย นรู เ รื่ อ งดิ น และปุ ย ให แ ก เ กษตรกร และหนุ น เสริ ม กลุ ม เกษตรกรใหจัดตั้ง “คลินิกดิน” เพื่อใหบริการแบบเบ็ดเสร็จจุดเดียว ทั้งบริการ ตรวจดิน แนะนำการใชปุย และจำหนายแมปุย โดยเกษตรกรผูนำที่มีจิต อาสาเปนกลไกหลักในการแกปญหาปุยปลอม ปุยแพง และใชปุยผิด ใหแก พี่นองเกษตรกรในชุมชนทองถิ่น ความสำเร็ จ ของโครงการ ฯ และประโยชน ที่ เ กิ ด ขึ้ น จากการนำ ผลการวิจัยไปใช ไดสงผลใหมูลนิธิสงเสริมวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ในพระบรมราชู ป ถั ม ภ มอบรางวั ล “ นั ก เทคโนโลยี ดี เ ด น ป 2552” สำนั ก งานกองทุ น สนั บ สนุ น การวิ จั ย ( สกว .) คั ด เลื อ กให เ ข า รั บ รางวั ล “ผลงานวิจัยเดน ป 2554” และวุฒิสภาประกาศเกียรติคุณใหเปน “โครงการ วิทยาศาสตรสูความเปนเลิศ ป 2555”

[close]

p. 6

มูลนิธิพลังนิเวศและชุมชนไดทำหนาที่ประสานงานในการจัดพิมพ หนังสือ “ธรรมชาติของดินและปุย” ภายใตโครงการรวมพลังพลิกฟนผืนดิน เกษตรไทย พิมพครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2550 และจัดพิมพแลว รวมทั้งหมด 11 ครั้ง จำนวน 444,000 เลม ผู เ ขี ย นได ป รั บ ปรุ ง เนื้ อ หาให มี ค วามสมบู ร ณ ม ากขึ้ น มาโดยตลอด จึงมั่นใจวา เกษตรกรจะสามารถนำความรูไปประยุกตใชจัดการดินในไรนา เลือกซื้อปุย และผสมปุยใชเองได โดยเฉพาะอยางยิ่ง การตรวจสอบธาตุ อาหารพืชในดินแบบรวดเร็ว และการใชเทคโนโลยี “ปุยสั่งตัด” ซึ่งจะชวย เกษตรกรใหเพิ่มประสิทธิภาพการใชปุยไดดวยตนเอง สุ ด ท า ยนี้ ผู เ ขี ย นขอขอบพระคุ ณ ผู อ ำนวยการสำนั ก งานกองทุ น สนับสนุนการวิจัย (สกว.) ที่เห็นคุณคาของหนังสือเลมนี้ และสนับสนุน งบประมาณในการจัดพิมพ เพื่อเผยแพรความรูดินและปุยใหแกเกษตรกร เด็ก และเยาวชน อันจะกอใหเกิดประโยชน ในการพัฒนาระบบเกษตรยั่งยืน การเสริมสรางความมั่นคงดานอาหาร และฟนฟูทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม ซึ่งเปนปจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศใหยั่งยืนมั่นคง ทัศนีย อัตตะนันทน ประทีป วีระพัฒนนิรันดร 1 มิถุนายน 2558

[close]

p. 7

สารบัญ 1. ดิน : ทรัพยากรธรรมชาติที่มีคา...........................................1 1.1 ดินคือรากฐานของชีวิตเกษตรกร ....................................1 1.2 สวนประกอบของดิน .....................................................2 1.3 หนาตัดดิน ...................................................................3 1.4 การเจริญเติบโตของพืช .................................................3 1.5 ความตองการธาตุอาหารของพืช ....................................5 1.6 การสูญเสียธาตุอาหารของพืชในดิน ...............................5 1.7 ผลิตภาพของดิน (ดินดีหรือดินเลว).................................8 2. สารฆาศัตรูพืชและสัตว .......................................................10 3. ปุย : วัสดุที่ใหธาตุอาหารพืช ...............................................11 หรือสิ่งมีชีวิตที่กอใหเกิดธาตุอาหารพืช 3.1 ปุยและประโยชนชองปุย .............................................11 3.2 น้ำหมักชีวภาพ (น้ำหมักอินทรีย) ..................................17 3.3 ปริมาณธาตุอาหารพืชในปุยเคมี ..................................19 3.4 เรโชปุย ......................................................................19 3.5 การพิจารณาเลือกซื้อปุยเคมี........................................20 3.6 วิธีการผสมปุยเคมี ......................................................20 3.7 การคำนวณราคาปุย ...................................................22 3.8 ประโยชนของการผสมปุยใชเอง ...................................24 3.9 ขอดี-ขอเสียของปุยอินทรียและปุยเคมี .........................25 3.10 การตรวจสอบปุยเคมีปลอม หรือปุยเคมีดอยมาตรฐาน ....25 4. การจัดการธาตุอาหารเฉพาะพื้นที่ (“ปุยสั่งตัด”) ..................26 4.1 สภาพปญหา ..............................................................26 4.2 กรอบแนวความคิด .....................................................28

[close]

p. 8

4.3 เทคโนโลยีการจัดการธาตุอาหารเฉพาะพืน ้ ที่ (“ปุย  สัง ่ ตัด”) ..29 4.4 ผลการทดลอง ป 2549 ................................................29 4.5 ผลการทดลอง ป 2550 ................................................32 4.6 ผลการทดลอง ป 2551 ................................................37 4.7 ผลการทดลอง ป 2551-2552.......................................39 4.8 “ปุยสั่งตัด” แตกตางจากการใชปุยตามคาวิเคราะหดิน...40 5. “คลินิกดิน” โดยเกษตรกร ....................................................42 6. การเกษตรที่พึงปรารถนา ....................................................44 6.1 คุณลักษณะ ...............................................................44 6.2 กรอบแนวความคิด .....................................................44 6.3 เกษตรกรตองรูจักดินในไรนาของตนเอง ........................46 7. การเสริมสรางขีดความสามารถของเกษตรกร ....................48 7.1 ความจำเปน ...............................................................48 7.2 ความเชื่อเปลี่ยนวิถีชีวิต...............................................49 7.3 แนวทางสูเปาหมาย ....................................................51 ภาคผนวก ..................................................................................52 วิธีการเก็บตัวอยางดินเพื่อวิเคราะหธาตุอาหารพืช ...................52 1. หลักการ ........................................................................52 2. อุปกรณและวิธีการ .........................................................53 การตรวจสอบปริมาณ เอ็น-พี-เค ในดินแบบรวดเร็ว ................55 1. การสกัด (การละลาย) ธาตุอาหารพืชในดิน ......................55 2. การตรวจสอบ เอ็น-พี-เค ในสารละลายดิน .......................56 3. ขอควรระวัง ...................................................................58 การตรวจสอบความเปนกรด-ดางของดิน ..................................60 ตารางเปรียบเทียบ “ชุดดิน”.......................................................62 ทีมงานวิจัยการจัดการธาตุอาหารเฉพาะพื้นที่ ..........................66

[close]

p. 9

1. ดิน : ทรัพยากรธรรมชาติที่มีคา 1.1 ดินคือรากฐานของชีวิตเกษตรกร ดินเกิดจากการผุพังสลายตัวของหินและแร ผสมกับซากพืชซากสัตว ทีต ่ ายทับถมกันเปนเวลาหลายลานป หลังจากเปดปาใหมๆ ดินยังอุดมสมบูรณ ปลูกพืชลงไปก็จะงามและใหผลผลิตสูง แตถา  ปลูกพืชติดตอกันหลายๆ ป ไมมี การปรับปรุงบำรุงดิน ดินจะเสื่อมโทรม เพราะอินทรียวัตถุและธาตุอาหารพืช ในดิ นหมดไป ดินจะแนนทึบจนพืชที่ปลูกไมสามารถเจริญงอกงามและ ใหผลผลิตสูงไดอีกตอไป ดินเปนแหลงผลิตปจจัย 4 ที่จำเปนสำหรับมนุษย ไดแก อาหาร เครื่องนุงหม ที่อยูอาศัย และยารักษาโรค ดินมีความสำคัญตอพืช เพราะ เปนที่ยึดเกาะของรากพืช ใหอากาศแกรากพืชใชในการหายใจ ใหธาตุอาหาร และน้ำแกพืชใชในการเจริญเติบโต (ภาพที่ 1.1) ดินยังเปรียบเสมือนเครื่องกรองที่มีชีวิตที่ชวยกำจัดของเสีย ทั้งในรูปของแข็งและของเหลว เปนแหลงอาศัยของจุลินทรียท่เี ปนประโยชนตอพืช ซึ่งทำหนาที่เปลี่ยนสารประกอบตางๆ ใหไปอยูในรูปที่พืชใชประโยชนได นอกจากพันธุพืช (พันธุกรรมพืช) ที่ยึดเกาะของรากพืช น้ำ (ฝน/ชลประทาน) ลม (ความชื้น กาซ) ไฟ (แสงแดด อุณหภูมิ) และความรู อากาศ อากาศ ความสามารถในการจั ด การของ ธาตุอาหาร ธาตุอาหาร อากาศ เกษตรกรแลว คุณภาพของดินยังเปน ภาพที่ 1.1 ดินเปนแหลงใหอากาศ อีกปจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญอยางยิ่งตอ ธาตุอาหาร และน้ำ เพื่อการเจริญเติบโต ความสำเร็จในการเพาะปลูกพืช ดินจึง ของพืช และเปนที่ยึดเกาะของราก 1

[close]

p. 10

เปรียบเสมือนรากฐานของชีวิตเกษตรกร หรือกลาวอีกนัยหนึ่ง คุณภาพของดิน เทากับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร เพราะถาดินดี จะใชปุยนอย ทำใหตนทุนต่ำ 1.2 สวนประกอบของดิน (1) อนินทรียวัตถุ เปนสวนที่ไดจากการผุพังสลายตัวของหินและแร ่ี ชปลูกพืชในประเทศไทย เปนแหลงธาตุอาหารพืชทีส ่ ำคัญทีส ่ด ุ ดินสวนใหญทใ มีอนินทรียวัตถุเปนสวนประกอบถึงรอยละ 97-99 ของน้ำหนักแหงของดิน (2) อินทรียวัตถุ เปนสวนที่ไดจากการเนาเปอยผุพ ัง สลายตั วของ เศษซากพืชและสัตวที่ทับถมกันอยูในดิน อินทรียวัตถุมีปริมาณธาตุอาหารพืช อยูนอย แตมีความสำคัญในการทำใหดินโปรง รวนซุย ระบายน้ำและถายเท อากาศไดดี ทั้งยังเปนแหลงพลังงานของจุลินทรียดิน ดินสวนใหญทใ ่ี ชเพาะิ ทรียวัตถุอยูเ  พียงรอยละ 1-3 ของน้ำหนักแหง ปลูกพืชในประเทศไทยมีอน ของดิน โดยเฉพาะอยางยิ่งในภาคอีสาน ดินสวนใหญมีอินทรียวัตถุต่ำมาก (นอยกวารอยละ 1) จึงควรใหความสำคัญตอการเพิ่มอินทรียวัตถุใหแกดิน (3) น้ ำ ในดิ น ทำหนาที่ชวย ละลายธาตุอาหารพืชในดิน และจำเปน สำหรับใชในการเคลื่อนยายธาตุอาหาร และสารประกอบตางๆ ในตนพืช น้ำ น้ อิินทรีียวััตถุุ อ กา อา กาศ ศ อนิินทร อน ทรีียวัตถุ ตถุ (4) อากาศในดิน ทำหนาที่ให ออกซิเจนแกรากพืชและจุลินทรียดิน สำหรับใชในการหายใจ (ภาพที่ 1.2) ภาพที่ 1.2 สวนประกอบของดิน 2

[close]

p. 11

1.3 หนาตัดดิน ดินมีความลึก หรือความหนา ถามองลึกลงไปในแนวดิ่ง จะพบวา ดินบน ดินมีลักษณะเปนชั้นๆ เรียกสวนนี้วา หนาตัดดิน (ภาพที่ 1.3) ดินทั่วๆ ไป มีอินทรียวัตถุสะสมอยูที่ดินบน และ ดินลาง ปริ ม าณอิ น ทรี ย วั ต ถุ จ ะลดน อ ยลง ในดินลาง ในระดับทีล ่ก ึ ลงไปตามแนว วัตถุตนหนาตัดดิน จะพบหินทีก ่ ำลังผุพง ั สลายตัว กำเนิดดิน ในชัน ้ ลาง เรียกวา วัตถุตน  กำเนิดดิน หินพื้น สวนชั้นที่อยูลึกลงไปถัดจากวัตถุตนกำเนิดดิน เรียกวา หินพื้น ซึ่งเปน ชั้ น หิ น ที่ยั ง ไมไดผา นกระบวนการ ภาพที่ 1.3 แสดงหนาตัดดินและหินพื้น ผุพังสลายตัว รากพืชเจริญเติบโตและดูดธาตุอาหารเฉพาะในสวนทีเ ่ ปนดินบนและ ดินลาง ซึ่งดินแตละชนิดมีความลึกไมเทากัน ดินลึกจะมีพื้นที่ใหพืช หยั่งรากและดูดธาตุอาหารไดมากกวาดินตื้น การปลูกพืชใหไดผลดี จึงควรพิจารณาความลึกของดินดวย 1.4 การเจริญเติบโตของพืช ทุกสรรพสิ่ง (สิ่งมีชีวิตและสิ่งไมมีชีวิต) ในระบบนิเวศลวนเชื่อมโยง สัมพันธกัน เปนเหตุปจจัยซึ่งกันและกัน (ภาพที่ 1.4) สำหรับปจจัยหลักที่มี ผลตอการเจริญเติบโตของพืชมีดังตอไปนี้ (1) แสงแดด เปนแหลงพลังงานที่พืชใชในการสังเคราะหแสง (2) อุณหภูมิของดินและบรรยากาศ มีผลตอกระบวนการตางๆ ภายในตนพืช เชน การสังเคราะหแสง การหายใจ เปนตน 3

[close]

p. 12

(3) ความชื้น/น้ำ เปนวัตถุดิบ แสงแดด ใชในการสังเคราะหแสง ทำใหเซลล ระบบนิเวศ เตงตัว เปนตัวกลางขนยายธาตุอาหาร อุณหภูมิ อากาศ และอินทรียสารในสวนตางๆ ของพืช (4) สภาพกรด-ดางของดิน นิยมบอกเปนคาพีเอช (pH) โดยทั่วไป น้ำฝน ธาตุอาหาร พื ช เจริ ญ เติ บ โตได ดี ใ นดิ น ที่ เ ป น กรด สูญเสียไปกับ เล็กนอย หรือดินทีม ่ พ ี เี อชใกลเปนกลาง ผลผลิตพืช (pH 6.0-6.5) โรคและแมลง (5) ชนิ ด และปริ ม าณของ เอ็น พี เค ธาตุอาหารรอง กาซตางๆ ในดิน อากาศสวนใหญ จุลธาตุ สมบัติของดิน (กายภาพ เคมี ชีวภาพ) แรธาตุ ในดิ น ประกอบด ว ยก า ซออกซิ เ จน ไนโตรเจน และคารบอนไดออกไซด ภาพที่ 1.4 ปจจัยที่มีผลตอ รากพืชใชกาซออกซิเจนในการหายใจ การเจริญเติบโตของพืช ถากาซออกซิเจนไมเพียงพอ ระบบราก ของพืชจะออนแอ (6) โรคและแมลงศัตรูพืช ถาพืชมีโรคและแมลงศัตรูพืชรบกวนมาก ยอมจำกัดการเจริญเติบโตและการใหผลผลิตของพืช (7) ปริมาณธาตุอาหารพืชในดิน และสมบัตข ิ องดิน ไดแก สมบัติ ทางเคมี โดยเฉพาะความเปนกรด-ดางของดิน สมบัติทางกายภาพ เชน ความรวนซุยของดิน การระบายน้ำ การถายเทอากาศ ฯลฯ และสมบัติทางชีวภาพ หรือจุลน ิ ทรียแ  ละสัตวเล็กๆ ในดิน ลวนมีผลตอการเจริญเติบโตของพืช (8) ความรูความสามารถในการจัดการไรนาของเกษตรกร ซึ่งนับ วันจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากการแขงขันรุนแรงขึ้น เกษตรกรจึง ตองมีความรูความสามารถในการสรางคุณภาพผลผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ การผลิต และลดตนทุนการผลิต 4

[close]

p. 13

1.5 ความตองการธาตุอาหารของพืช ในจำนวน 18 ธาตุ ที่ พื ช จำเป น ต อ งใช ใ นการเจริ ญ เติ บ โตและให ผลผลิต พืชได 3 ธาตุจากน้ำและอากาศ ไดแก คารบอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน สวนที่เหลืออีก 15 ธาตุ พืชไดจากดิน (ภาพที่ 1.5) ใน 15 ธาตุนั้น มี 6 ธาตุที่พืชใช ในปริมาณมาก ไดแก ไนโตรเจน (เอ็น) ฟอสฟอรัส (พี) โพแทสเซียม (เค) แคลเซียม แมกนีเซียม และกำมะถัน แตการใสปุยจะเนนเฉพาะ เอ็น-พี-เค จึงเรียกวา ธาตุอาหารหลัก อากาศใหคารบอนไดออกไซด ดิ น ส ว นใหญ ท่ี ใ ช ป ลู ก พื ช ใน น้ำใหไฮโดรเจนและออกซิเจน ปจจุบน ั มักไมขาดแคลเซียม แมกนีเซียม เอ็น พี เค (ธาตุอาหารหลัก) และกำมะถัน และเมื่อใสปุย เอ็น-พี-เค ธาตุอาหารรอง ลงไปในดิน มักมี 3 ธาตุนี้ปนลงไปดวย จุลธาตุ เสมอ จึงเรียกวา ธาตุอาหารรอง ภาพที่ 1.5 ความตองการ สวนอีก 9 ธาตุที่เหลือเรียกวา ธาตุอาหารของพืช ธาตุอาหารเสริม (จุลธาตุ) ไดแก เหล็ก แมงกานีส สังกะสี ทองแดง โบรอน โมลิดินัม คลอรีน นิเกิล และโคบอลท ธาตุอาหารทุกตัวลวนมีความสำคัญ เพราะถาพืชขาดธาตุใดธาตุหนึง ่ ธาตุนั้นจะเปนตัวจำกัดการเจริญเติบโตและการใหผลผลิตของพืช 1.6 การสูญเสียธาตุอาหารพืชในดิน ธาตุอาหารพืชในดินสูญเสียออกไปจากพืน ้ ทีไ ่ ดหลายทาง (ภาพที่ 1.6) (1) สูญเสียไปกับผลผลิตพืชที่เก็บเกี่ยวออกไป (2) ถูกชะลางออกไปจากบริเวณรากพืช โดยเฉพาะไนโตรเจน เชน ถาเกิดฝนตกหนักหลังจากใสปุยไนโตรเจนในดินทราย พืชอาจดูดไนโตรเจน 5

[close]

p. 14

ที่ใสลงไปไดเพียงรอยละ 10 เทานั้น เพราะไนโตรเจนละลายน้ำไดงายมาก จึงถูกเคลื่อนยายออกไปนอกบริเวณรากพืช (3) สูญหายไปในรูปของกาซ เชน กรณีของไนโตรเจน (4) การตรึง โดยเฉพาะฟอสฟอรัส การตรึง หมายถึง ธาตุอาหารพืชถูกดิน หรือสารประกอบในดินจับไว พืชจึง ไม ส ามารถดู ด ธาตุ อ าหารเหล า นั้ น ไป ใชประโยชนไดทง ้ั หมด ซึง ่ ความเปนกรด- สูญหายไปในรูปของกาซ สูญหายไปกับผลผลิตที่เก็บเกี่ยว ดางของดินเปนปจจัยสำคัญทีส ่ ด ุ ทีม ่ ผ ี ล กรณีของไนโตรเจน ตอการตรึงธาตุอาหารพืชในดิน เกิดการตรึงในดิน (5) สู ญ เสี ย ไปกั บ การชะลาง ถูกชะลางออกไปจากบริเวณรากพืช และพังทลายของดิน พื้นที่ที่มีความ- โดยเฉพาะไนโตรเจน ลาดเท และมีสภาพโลงเตียนปราศจาก ภาพที่ 1.6 การสูญเสียธาตุอาหารในดิน พืชพรรณหรือสิง ่ ปกคลุมดิน หรือมีการไถพรวนดิ นเพื ่ อ เตรียมปลู กพืช ถาฝนตกหนั ก จะเกิดการกัดเซาะผิ วดิ น ธาตุอาหารพืชในดินยอมสูญหายออกไปจากพื้นที่ดวย ดินที่ใชเพาะปลูกพืชในประเทศไทยมีมากกวา 200 ชุดดิน (Soil series) แตละชุดดินมีศักยภาพ (พลัง) และขอจำกัดในการผลิต พืชแตกตางกัน เนือ ่ งจากสมบัตข ิ องดินแตกตางกัน อาทิ ความลึกของดิน ความสามารถในการอุมน้ำ การระบายน้ำ และการปลดปลอยธาตุอาหาร ฯลฯ สงผลใหการเจริญเติบโตของพืชแตกตางกัน ตารางที่ 1.1 แสดงใหเห็นวา ในผลผลิตเมล็ดขาวโพดมีปริมาณ ไนโตรเจนมากกวาฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมถึง 3-4 เทา และการปลูกขาวโพด ในชุดดินลพบุรีสูญเสียธาตุอาหาร (เอ็น-พี-เค) ไปกับผลผลิตเมล็ดขาวโพด นอยกวาชุดดินปากชองเกือบ 3 เทา โดยเฉพาะฟอสฟอรัส 6

[close]

p. 15

เมื่อมีการเพาะปลูกพืช ธาตุอาหารจะถูกดูดไปใชในการเจริญเติบโต และถูกเก็บสะสมไวในสวนตางๆ ของพืช ไดแก ใบ ลำตน ดอก ผล ฯลฯ และ ธาตุอาหารพืชเหลานั้นยอมถูกนำออกไปจากพื้นที่พรอมกับผลผลิตดวย ตารางที่ 1.1 ปริมาณธาตุอาหารที่ขาวโพดใชสรางเมล็ดและตอซัง ชุดดินลพบุรี จังหวัดนครสวรรค คำแนะนำการใชปุย เอ็น-พี-เค = 10-9-0 กก./ไร ผลผลิตเมล็ด = 969 กก./ไร ผลผลิตตอซัง = 626 กก./ไร ธาตุอาหาร ไนโตรเจน (เอ็น) ฟอสฟอรัส (พี) โพแทสเซียม (เค) ธาตุอาหารพืช (%) ตอซัง เมล็ด 0.68 1.27 0.05 0.22 0.44 0.28 ธาตุอาหารพืช (กก./ไร) ตอซัง เมล็ด ตอซัง+เมล็ด 6.58 7.95 14.53 0.48 1.38 1.86 4.26 1.75 6.01 ชุดดินปากชอง จังหวัดนครราชสีมา คำแนะนำการใชปุย เอ็น-พี-เค = 13-0-0 กก./ไร ผลผลิตเมล็ด = 1,740 กก./ไร ผลผลิตตอซัง = 1,148 กก./ไร ธาตุอาหาร ไนโตรเจน (เอ็น) ฟอสฟอรัส (พี) โพแทสเซียม (เค) ธาตุอาหารพืช (%) ตอซัง เมล็ด 0.63 1.41 0.15 0.54 1.66 0.55 ธาตุอาหารพืช (กก./ไร) ตอซัง เมล็ด ตอซัง+เมล็ด 10.96 16.19 27.15 2.61 6.20 8.81 28.88 6.31 35.19 ในพืน ้ ทีก ่ ารเกษตร ธาตุอาหารในดินสูญเสียไปกับผลผลิตพืช มากทีส ่ ด ุ การปลูกพืชติดตอกันยาวนานโดยไมมก ี ารเพิม ่ เติมธาตุอาหาร ลงไปในดิน ความอุดมสมบูรณของดินจะลดลง และในทายที่สุด ดินจะไมสามารถใหผลผลิตพืชสูงได 7

[close]

Comments

no comments yet